ชุดทำความสะอาดเครื่องซักผ้า ล้างเครื่องซักผ้า (แบบแยกส่วนผสม A และ B)
เพื่อขจัดคราบสกปรก คราบเชื้อรา และกลิ่นอับที่สะสมอยู่ภายในถังซัก (ซึ่งเรามักมองไม่เห็นจากภายนอก)
รูปแบบที่มือโปรนิยมใช้ เพราะการแยกสาร 2 ส่วนมักจะเป็นการแยก สารขจัดคราบหนัก กับ สารฆ่าเชื้อ/ดับกลิ่น เพื่อให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเมื่อผสมกันในน้ำครับ
นี่คือสรุปข้อมูลสำคัญเพื่อให้คุณใช้งานได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยครับ:
✨ จุดเด่นของระบบส่วนผสม A และ B
-
Double Action: ส่วนผสมหนึ่งมักเน้นการสลาย คราบหินปูนและตะกรัน ส่วนอีกส่วนเน้นสลาย คราบเมือกและเชื้อรา
-
Deep Cleaning: เข้าถึงซอกมุมที่มองไม่เห็น เช่น หลังถังซักและแกนซัก
-
Freshness: ช่วยขจัดต้นเหตุของกลิ่นอับที่ติดมากับเสื้อผ้าอย่างตรงจุด
📝 ขั้นตอนการใช้งาน (ตามคำแนะนำ)
-
เตรียมเครื่อง: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีเสื้อผ้าค้างอยู่ในถังซัก
-
ใส่ผลิตภัณฑ์: เทส่วนผสม A และ B ลงไปในถังซักโดยตรง (ไม่ควรใส่ในช่องใส่ผงซักฟอกเพื่อให้สารมีความเข้มข้นสูงสุด)
-
เดินเครื่อง: กดปุ่มโปรแกรม “ล้างถังซัก” (Tub Clean)
-
Tip: หากเครื่องไม่มีโปรแกรมล้างถัง ให้เลือกโปรแกรมซักปกติที่ตั้งระดับน้ำสูงสุด และหากใช้น้ำอุ่นได้จะช่วยให้คราบหลุดออกง่ายขึ้นมากครับ
-
-
การแช่: หากคราบสะสมมานาน เมื่อเครื่องเดินไปสักพักจนน้ำเต็ม ให้กดหยุด (Pause) เพื่อ แช่ทิ้งไว้ 1-3 ชั่วโมง ก่อนปล่อยให้เครื่องทำงานจนจบขั้นตอน
💡 คำแนะนำเพิ่มเติมเพื่อสุขอนามัย
-
ความถี่: ควรทำความสะอาด เดือนละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้คราบฝังแน่นจนล้างไม่ออก
-
ลดความชื้น: เปิดฝาเครื่องทิ้งไว้ทุกครั้ง หลังการซักผ้าเสร็จ เพื่อให้อากาศถ่ายเทและลดการเจริญเติบโตของเชื้อรา
-
ทำความสะอาดแผ่นกรอง: อย่าลืมถอด “ถุงกรองเศษด้าย” หรือ “ฟิลเตอร์” ออกมาล้างด้วยน้ำสะอาดควบคู่กันไปด้วยครับ
⚠️ ข้อควรระวัง
-
ห้ามซักร่วมกับผ้า: ห้ามใส่เสื้อผ้าลงไปในขณะที่ใช้ชุดล้างเครื่องซักผ้า เพราะสารเคมีมีความเข้มข้นสูงอาจทำลายเนื้อผ้าได้
-
ห้ามผสมน้ำยาอื่น: ไม่ควรใส่น้ำยาซักผ้าหรือน้ำยาฟอกขาวเพิ่มลงไปในขณะล้าง เพราะอาจเกิดปฏิกิริยาเคมีที่เป็นอันตราย
“ชุดทำความสะอาดเครื่องซักผ้า” ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับล้างเครื่องซักผ้าและขจัดคราบสกปรก ที่สะสมภายในถังซักของเครื่องซักผ้า เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องและป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ในผ้า



รีวิว
ยังไม่มีบทวิจารณ์